 |
ดอยพระบาททุ่งก่อ
หมู่ที่ 14 ตำบลทุ่งก่อ
ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านเด่นสันทราย หมู่ที่
14 ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ทอดตัวยาวไปทางทิศใต้
มีโขดหินสวยงาม ป่าไม้ค่อนข้างสมบูรณ์ มีความชื้นสูง
มีมอส เฟิร์น กล้วยไม้ต่าง ๆ ที่เป็นทั้งสมุนไพรและอาหารของคนในท้องถิ่น
|

ดอยพระพุทธบาทเป็นที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
และโบราณทางศาสนา เช่น พระธาตุทุ่งก่อ รอยพระบาทเหนือ
รอยพระบาทใต้ ผาเล็งโลก ผาเกิ้ง ผาม้า ผาตัด ขุมทรัพย์
ดอกบัวหิน
บ่อน้ำติ๊บ เป็นต้น

เส้นทางสู่พระธาตุทุ่งก่อ
ได้รับงบประมาณของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เงินผัน)
8,000 บาท ในปี พ.ศ. 2525 ตัดถนนสายดอยพระบาท บันได
คสล. สร้างครั้งแรก ปี พ.ศ. 2532 ได้บันไดนาคเป็นทางเดินขึ้น
- ลง จนถึงปัจจุบัน

พระธาตุทุ่งก่อ
พระธาตุทุ่งก่อ ตั้งอยู่บนดอยพระบาท บ้านเด่นสันทราย
หมู่ที่ 14 ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย
ผู้คนในท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นพระธาตุที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
มีอายุเก่าแก่ เป็นสถานที่เคารพบูชาของชาวตำบลทุ่งก่อ
สมัยนั้นมีเพียงตำบลเดียว ปัจจุบันก็คือ ประชาชนอำเภอเวียงเชียงรุ้งทั้งหมด
พระธาตุทุ่งก่อคนเฒ่าคนแก่ในท้องถิ่นเล่าขาน สร้างขึ้นโดยกษัตริย์โยนกนครเชียงแสน
เมื่อวันพุธ เดือน ปีพุทธศักราช 1555 ต่อมาปี พ.ศ.
2039 ตรงกับสมัยพระยาเมืองแก้ว เจ้าครองนครเชียงใหม่ได้ทรงบูรณะพระธาตุ
พร้อมกับการสร้างรอยพระพุทธบาทจำลองดอยพระบาท ทางทิศเหนือและทิศใต้
อยู่บริเวณพระธาตุชาวบ้านเรียกว่า พระบาทเหนือ และทางทิศใต้ได้อีก
1 รอบ ชาวบ้านเรียกว่า พระบาทใต้ ซึ่งมีระยะห่างกันประมาณ
3 กิโลเมตร
ต่อมาในปี พ.ศ. 2510 ได้มีการบูรณะก่อสร้างพระธาตุเจดีย์องค์ใหม่แทนองค์เก่าที่หักไปตามกาลเวลา
คือ พระธาตุที่เห็นในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2513 ได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นอีก
1 องค์ บนก่อนหิน ซึ่งห่างจากองค์เดิมประมาณ 30
ศอก

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
โดยนายบรรณสิทธิ์ สลับแสง พร้อมกับชาวบ้าน ข้าราชการ
กำนันอ้าย สิทธิขันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านดงชัย นายพินิจ
กาจีนะ ได้วางศิลาฤกษ์บันได ซึ่งสร้างเสร็จในปี
พ.ศ. 2533 ได้บันไดนาคเป็นทางขึ้นลงจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ได้รับงบประมาณจากโครงการพัฒนาตำบลพิเศษงบประมาณทั้งสิ้น
2,179,500.- บาท ได้ทำทางรถยนต์ขึ้น - ลง โดยรอบดอยพระบาท

ทุกปีจะมีประเพณีสักการะ พระพทุธบาท ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน
6 (ตรงกับเดือน 8 เหนือ)
คือวันวิสาขบูชา ชาวบ้านมีความเชื่อและศรัทธาว่า
ใครที่ได้มาสักการะ บูชาพระธาตุและพระบาท จะทำให้อยู่เย็นเป็นสุขใน
จะมีพิธีทำบุญตักบาตร สักการะ บูชาพระธาตุ และมีการจุดบั้งไฟภูเขา
เพื่อขอฝนตามฤดูกาลก่อทำนาผู้คนในท้องถิ่นและอำเภอใกล้เคียง
อำเภอเวียงเชียงรุ้ง มาทำบุญตักบาตรและมีดอกไม้
ธูปเทียน น้ำขมิ้นสมป่อย มาสักการะ พระธาตุและพระบาท
เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

รอยพระพุทธบาทเหนือ
เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองสลักลงบนหน้าผา ตั้งเอียงประมาณ
70 องศา ต่ำกว่าฐานพระธาตุเจดีย์ ประมาณ 3 เมตร
เป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย หันปลายพระพุทธบาทไปทางทิศตะวันตก
พระพุทธบาทเหนือ สร้างขึ้นในสมัยพระยาเมืองแก้ว
เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ซึ่งได้ทรงบูรณะพระธาตุพร้อมกับสร้างรอยพระพุทธบาทจำลองทางด้านทิศเหนือ
และทิศใต้ ชาวบ้านเรียกว่า พระบาทเหนือ ตั้งอยู่บริเวณพระธาตุทุ่งก่อ
และทางทิศใต้ ชาวบ้านเรียกว่า พระบาทใต้ มีระยะห่างกันประมาณ
3 กิโลเมตร รอยพระพุทธบาทเหนือมีขนาดความกว้าง 59
เซนติเมตร ยาว 150 เซนติเมตร
รอยพระพุทธบาทเหนือมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มาสักการะ
และมาตั้งจิตอธิฐานขอความช่วยเหลือตามที่ตนปรารถนา
ซึ่งมักจะได้ตามที่ตนขอไว้แต่จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่ผิดด้านศีลธรรม
หรือไม่ก็จะมีการบนบานศาลกล่าวด้วยการเสี่ยงทาย
ด้วยการยกก้อนหินและการวางไม้

พระพุทธบาทใต้
ตั้งอยู่ทางด้านใต้สุดของดอยพระบาท มีลักษณะเป็นแท่งหินยื่นออกจากยอดดอยไปทางด้านทิศตะวันตก
ประมาณ 5 วา บนพื้นที่ลาดเอียงประมาณ 30 องศา มีรอยพระพุทธบาทจำลองสลักตามแนวเอียงของหน้าผา
มีความกว้าง 85 เซนติเมตร ยาว 155 เซนติเมตร สร้างพร้อมกับรอยพระพุทธบาทเหนือ
ตรงกับสมัยพระยาเมืองแก้ว เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
พ.ศ. 2039 มีระยะห่างจากรอยพระพุทธบาทเหนือ ประมาณ
3 กิโลเมตร
เนื่องจากรอยพระพุทธบาทใต้ มีพื้นที่บริเวณรอบข้างค่อนข้างน้อย
คนที่เข้าไปสักการะจำนวนมากไม่ได้ อีกทั้งเป็นระยะทางที่ไกล
และการเดินทางไปไม่สะดวกเหมือนรอยพระพุทธบาทเหนือ
จึงเป็นการยากที่คนส่วนมากได้เข้าไปสักการะ บูชา
ปัจจุบันในวันวิสาขบูชา ชาวบ้านดวงชัย บ้านป่าห้า
ได้นำด้ายสายสิญจน์ไปผูกโยงระหว่างรอยพระพุทธบาทเหนือกับรอยพระพุทธบาทใต้
เพื่อให้คนทั้งหลายที่ได้ไปสักการะ บูชาสรงน้ำรอยพระพุทธบาทเหนือเหมือได้สรงน้ำสักการะ
บูชารอยพระพุทธบาทใต้เหมือนกัน โดยใช้ด้ายสายสิญจน์เป็นสื่อ

ผาเล็งโลก
มีลักษณะเป็นแท่งหิน ผานี้สูงจากยอดดอยประมาณ 20
เซนติเมตรมีก้อนหินใหญ่โตสามารถไปยืนได้อย่างน้อย
10 คน จะมองเห็นตัวเมืองเชียงราย สายน้ำกกอันคดเคี้ยว
พื้นที่ทำการเกษตร และหมู่บ้านที่เด่นชัด ดังนั้นผาแห่งนี้จึงเรียกว่า
ผาเล็งโลก ( เล็ง แปลว่า ดู ) เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม
โดยเฉพราะยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกจากขอบฟ้า

ผาตัด
มีลักษณะเป็นโขดหินคล้ายกับหินที่ตัดแล้ว นำมาวางเรียงต่อกัน
เป็นที่นาอัศจรรย์มาก

ผาเกิ๋ง
มีลักษณะเป็นแงคล้ายเรือขุดขนาดเล็ก ชาวบ้านเล่าขานสืบต่อกันมาว่าเป็นเกิ๋งสำหรับใส่น้ำให้มากิน
จุดนี้สามารถมองเห็นหมู่บ้าน ดงชัย บ้านดงป่าสัก
บ้านห้วยเคียน และพืชผลทางการเกษตรอย่างชัดเจน

ผาม้า
มีลักษณะเป็นแท่งหินรูปร่างคล้ายม้า ยื่นคอหันไปตามความยาวของยอดดอยทางทิศใต้
คนเฒ่าคนแก่ได้บอกเล่าให้ลูกหลานสืบต่อกันมาว่า
สมัยก่อนได้หลบหนีสงครามขึ้นไปบนดอยพระพุทธบาท และได้ซ่อนสมบัติทรัพย์สินเอาไว้
และไว้ทำลายแทงขุมสมบัติไว้ให้ลูกหลาน สมบัติซ่อนอยู่ที่สายตาม้าตก
ซึ่งมาในที่นี้หมายถึง ผาม้านั่นเอง

ขุมทรัพย์
มีลักษณะเป็นเนินเล็ก ล้อมรอบด้วยหินบริเวณปากหลุม
ข้างในขุมทรัพย์ได้มีคนขุดนำออกไปแล้ว

ดอกบัวหิน
มีลักษณะคล้ายดอกบัว มีอยู่ 2 ดอกบัว อยู่ใต้หน้าผา
มีพระพุทธรูปให้สักการะ ล้อมรอบด้วยป่าไม้เย็นร่มรื่น
บ่อน้ำติ๊บ
เป็นบ่อน้ำติ๊บกว้างประมาณ 1.50 เมตร ลึกประมาณ
6 เมตร มีก้อนหินล้อมรอบตามธรรมชาติชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
เมื่อดื่มน้ำจากบ่อนี้จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ มีน้ำใส
ๆ ขังอยู่ตลอดปี ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดเชียงราย
โดยกระทรวงมหาดไทยให้เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของประเทศ
เพื่อนำน้ำในบ่อไปประกอบพิธีทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์
เพื่อทูลเกล้าถวายเป็นน้ำสรงอภิเษกแด่พระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล
ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ
6 รอบ

วนอุทยานดอยพระบาท
|